ยานอนหลับกับยาสลบแตกต่างกันอย่างไร?

พิเศษ

ขายยานอนหลับยานอนหลับกับยาสลบมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นยาที่ออกฤทธิ์แตกต่างกันเฉพาะตัว เช่น ยานอนหลับแบบแรงนั้นทำให้หลับสนิทหรือหลับลึก ซึ่งจะว่าไปแล้วในกลุ่มยานอนหลับช่วยในการผ่อนคลายการวิตกกังวลและเป็นยาระงับประสาทตัวอย่างเช่น ยานอนหลับโดมิคุม ที่ทางการแพทย์ใช้ในการระงับความวิตกกังวลในผู้ป่วยทางจิตเช่นโรคซึมเศร้าและช่วยระงับประสาทในผู้ป่วยที่เป็นโรคลมชัก แต่การใช้งานก็แตกต่างกันออกไปเช่นสูดดมบ้างหรือฉีดเข้าเส้นเลือดดำบ้าง เป็นต้น

การให้ยาสลบส่วนยาสลบนั้นเป็นยาเฉพาะทาง มีหลายหลากความแรง และยาตัวนี้แต่ละตัวใช้เฉพาะทาง เช่นยาสลบที่ออกฤทธิ์แบบไม่ไแรงใช้ในการผ่าตัดน้อย ยาสลบแบบแรงใช้ในการผ่าตัดใหญ่ เป็นต้น ยาสลบใช้ในการระงับความเจ็บปวดมีแบบสลบตั้งตัวและสลบเฉพาะที่หรือที่เรียกว่ายาชา ในส่วนของยาพวกนี้ก็จะมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปเช่นการรมยาสลบ และการฉีดเข้าเส้นเลืดดำ หรือการโป้ะยาสลบที่หลายคนเข้าใจกันตามที่เคยเห็นในหนัง ยาสลบแบบนี้ก็มีจริง แต่ในทางการแพทย์นั้นถ้ามองถึงหลักการใช้งานแล้วจะไม่ถูกต้องในทางการแพทย์ เพราะไม่ได้มาตราฐานในหลักการใช้งานซึ่งถือว่าจะเกิดอันตรายต่อผู้รับยาได้

การฉีดยาชาสรุปแล้วยานอนหลับกับยาสลบนั้นแตกต่างกันมาก การทำให้หลับไม่สามารถจะทำให้บรรเทาอาการเจ็บปวดได้ แต่การใช้ยาสลบนั้นสามารถบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ และใช้ในทางการแพทย์เช่น การผ่าคลอด การถอนฟัน การผ่าตัดแบบต่างๆ นั้นล้วนแต่ใช้ยาสลบทั้งสิ้น ฉะนั้นที่หลายคนสงสัยว่ายานอนหลับกับยาสลบแตกต่างกันอย่างไร ถ้าแยกแยะได้ตามที่แจงในหัวข้อข้างบนย่อมจะเข้าใจอย่างชัดเจน

ถ้าใครนอนไม่หลับหรือเป็นผู้ป่วยที่ต้องการนอนหลับพักผ่อน หรือมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพจิตจนทำให้เครียดแล้วมีอาการหลับยาก หมอจะให้ยานอนหลับเพื่อการรักษาเยียวยาเพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูเพื่อการพักผ่อนของผู้ป่วย แต่ถ้าใครมีอาการเจ็บปวดหรือมีแผลที่ต้องทำการเย็บหรือต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อการรักษาเพื่อช่วยให้มีชีวิตรอดโดยปราศจากอาการเจ้บปวดหมอจะให้ยาสลบเพื่อการรักษา

 

เทคนิคการผ่อนคลายเพื่อการนอนหลับแบบง่ายๆ ที่ใครๆก็ทำได้

พิเศษ

การผ่อนคลายเพื่อการนอนหลับแบบง่ายๆยานอนหลับนั้นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีเสมอไป หากคุณนอนไม่หลับอันดับแรกคุณควรหาสาเหตุที่ทำให้คุณนอนไม่หลับ เพื่อที่จะได้ปรับปรุงแก้ไขได้ ถ้าหากอาการนอนหลับยากนั้นเกิดจากวิถีชีวิตประจำวันของคุณ ซึ่งส่วนมากจะเกิดจากความเครียดเสียส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นอาการยอดฮิตของคนอนไม่หลับเลยทีเดียว

ความเครียดจากการนอนไม่หลับนั้นส่งผลต่อสุภาพร่างกายและจิตใจอย่ามากต่อชีวิตของมนุษย์โลก จากปกติชีวิตของมนุษย์เราจะนอนหลับ 7-9 ชั่วโมง การนอนหลับไม่เพียงพออาจทำให้เกิดการควบคุมอารมณ์ไม่ดีนักและความสามารถในการทำงานโดยทั่วไปไม่ได้ตามปกติ หากขาดการนอนหลับแล้วจะทำให้ชีวิตของคุณผิดปกติอย่างแน่นอน สำหรับผู้ที่นอนไม่หลับนั้นควรปฎิบัติตนเบื้องต้นดังต่อไปนี้

เทคนิคการผ่อนคลายเพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น

การทำสมาธิ

การทำสมาธิ

การทำการทำสมาธิหรือสวดมนต์ก่อนนอน คือเทคนิคการผ่อนคลายซึ่งจะทำให้จิดใจปลอดโปร่งยิ่งขึ้น และทำให้ร่างกายผ่อนคลายและรู้สึกสงบขึ้น หลังจากนั้นสติและปัญญาก็จะเกิด ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นภายในจิตใจได้ดีซึ่งเป็นเทคนิคที่ดีที่สุดของการผ่อนคลายเบื้องต้นโดยไม่ต้องลงทุนอะไรเลย จากผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าเทคนิคการทำสมาธินี้มีประโยชน์หลายประการสำหรับการมีสุขภาพจิตที่ดี รายพบว่าการทำสมาธิอย่างถูกต้องนำไปสู่การปรับปรุงความวิตกกังวลและภาวะซึมเศร้าได้อย่างดียิ่ง การทำสมาธิและฝึกสติประมาณ 10-30 นาทีก่อนเข้านอนเช่วยลดความเครียดและทำให้นอนหลับได้สบายยิ่งขึ้น

การออกกำลังกายการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่มีประโยชน์สำหรับการพัฒนาสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีรวมถึงการให้ประโยชน์ทางกายที่แข็งแรง ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งจำเป็นอย่างมากในชีวิตของมนุษย์เรา ร่างกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่ดีจะทำให้ชีวิตมีแต่สิ่งดีๆ มีการวิจัยในต่างประเทศชี้ให้เห็นว่าผลของการออกกำลังกายดีต่อสุขภาพจิต ลดความวิตกกังวลและความเครียด ออกกำลังกายวันละ 30 นาทีจะช่วยลดระดับความเครียดและเพิ่มคุณภาพการนอนหลับของคุณ

งดกาแฟและแอลกอฮอลล์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอื่นๆ

หากการใช้ชีวิตที่เป็นแบบซ้ำซากหรือจำเจทำให้คุณเกิดความเครียดและวิตกกังวลจนทำให้คุณนอนหลับยาก หรือนอนไม่หลับเลย คุณควรปรับการใช้ชีวิตของคุณที่เกี่ยวข้องกับความเครียด การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตต่อไปนี้อาจช่วยให้คนบางคนลดระดับความเครียดได้เช่น

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
  • การลดปริมาณกาแฟและแอลกอฮอล์
  • หลีกเลี่ยงความเครียดปล่อยวางทุกปัญหา
  • เที่ยวหาความสุขกับเพื่อนและครอบครัว

จะเห็นว่าเป็นเทคนิคที่ดีและมีประโยชน์ต่อสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยที่เราไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย การนอนไม่หลับเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกก็ว่าได้ ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากปัจจัยคือความเครียดล้วนๆ หากคุณจำเป็นต้องใช้ยานอนหลับปรึกษาเราที่เบอร์ 062-095-5702 (บัส)ยินดีให้คำปรึกษาครับ

ยานอนหลับแบบน้ำ ขายยานอนหลับทำเองที่ควรระวัง

ยานอนหลับโดมิคุมแบบน้ำ 15 mg

ยานอนหลับแบบน้ำ เป็นยานอนหลับที่มีผู้ซื้อเยอะที่สุดในทุกๆปีของบรรดายานอนหลับ โดมิคุม เป็นยานอนหลับแบบน้ำที่มียอดขายดีที่สุด คนไทยส่วนมากจะเปิดเว็ปขาย ขายในfacebook บ้าง แต่ผมไม่ต้องเสียเวลาครับให้ลูกค้าโทรมาโดยตรงเลย เพราะการขายยานอนหลับนั้นกฎหมายประเทศไทยไม่อนุญาติให้มีการจำหน่ายอยู่แล้ว สิ่งที่ควรระวังไว้ตอนนี้คือพ่อค้าบางคนนำยานอนหลับแบบน้ำมาทำเอง แต่ไม่มีประสิทธิภาพ เอามาหลอกขายยานอนหลับปลอมแบบไม่มีจรรยาบรรณ ยานอนหลับแท้ไม่ว่าจะเป็นแบบน้ำหรือเม็ดต้องนำเข้าจากต่างประเทศเท่านั้น

ยานอนหลับคุณภาพหาซื้อได้ที่นี่

ยานอนหลับโดมิคุมชนิดเม็ด 15 mgยานอน เป็นยากดประสาทที่ทำให้หลับ นิยมใช้ทางการ์แพทย์ ซึ่งหาได้ยากมาก วันนี้ทางเราได้นำเข้ายานอนหลับจากต่างประเทศโดยตรง มียานอนหลับหลายชนิดให้ลูกค้าได้เลือกซื้อได้อย่างปลอดภัย อาทิ ยา นอนหลับ แบบ น้ำ , ยา นอน หลับ แบบ แรง ไม่มีผลข้างเคียงหรือสารตกค้างในร่างกาย ลูกค้าคลายกังวลได้เลยครับ ขายยานอนหลับคุณภาพ100%

นอนไม่หลับ ควรใช้ยานอนหลับหรือไม่ มีคำตอบ

แนวทางการรักษาภาวะนอนไม่หลับ

ยานอนหลับ

ประกอบด้วย การรักษาโดยไม่ใช้ยา และการรักษาโดยใช้ยา

การรักษาโดยไม่ใช้ยา (Non-pharmacologic treatment) เป็นการรักษาหลักสำหรับภาวะนอนไม่หลับ ประกอบไปด้วย
การปรับให้มีสุขอนามัยการนอนที่ดี (Good sleep hygiene) เป็นการรักษาที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็นพื้นฐานของการรักษาภาวะนอนไม่หลับในผู้ป่วยทุกราย การมีสุขอนามัยการนอนที่ดี ทำได้โดยการปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้เหมาะสมต่อการนอนหลับ และนำหลักของการเหนี่ยวนำให้เกิดอาการง่วงนอนตามธรรมชาติมาใช้ เช่น การออกกำลังกายอย่างพอเหมาะในช่วงเย็นเพื่อให้เหนื่อยเพลีย ซึ่งเป็นการเพิ่มแรงผลักดันของระบบ Homeostasis ให้มากขึ้น หรือการเข้านอนให้เป็นเวลาและปิดไฟในห้องนอนให้มืดสนิท เพื่อช่วยให้ระบบ Circadian rhythm ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่ถูกรบกวนจากปัจจัยภายนอก เป็นต้น ข้อมูลของการปรับสภาพแวดล้อมและสมดุลของร่างกายให้เหมาะสมกับการนอนหลับได้ แสดงไว้แล้วในตารางที่ 1
การฝึกเทคนิคการผ่อนคลาย (Progressive relaxation training) ซึ่งช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเพื่อทำให้นอนหลับได้ดียิ่งขึ้น
การรักษาด้วยความคิดและพฤติกรรมบำบัด (Cognitive-Behavioral therapy) โดยเน้นที่การปรับความคิดเพื่อนำไปสู่การปรับพฤติกรรมและอารมณ์ การรักษาวิธีนี้ได้ประโยชน์มากสำหรับผู้ที่ปัญหานอนไม่หลับที่เกิดร่วมกับ โรคทางอารมณ์และกลุ่มโรควิตกกังวล
การควบคุมปัจจัยกระตุ้น (Stimulus control)
การจำกัดชั่วโมงในการนอน (Sleep restriction) สำหรับรายที่มีอาการนอนไม่หลับรุนแรงหรือมีโรคประจำตัวอื่นๆ ร่วมด้วย แพทย์จะให้การรักษาด้วยการปรับสุขอนามัยการนอนและการรักษาโดยการไม่ใช้ยา วิธีอื่นๆ ร่วมไปกับการรักษาด้วยยา ดังจะได้กล่าวต่อไป
ตารางที่ 1: การปรับสภาพแวดล้อมและสมดุลของร่างกายให้เหมาะสมกับการนอนหลับ

การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ
Circadian rhythm การเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ
Homeostasis (ระบบสมดุลในร่างกาย)
โดยเพิ่มสิ่งที่ทำให้ง่วง และลดสิ่งเร้าที่ทำให้รู้สึกตื่นตัว
เข้านอนเมื่อรู้สึกง่วงนอน งดการงีบหลับในช่วงเวลากลางวัน
จัดห้องนอนให้เงียบ มีอุณหภูมิเหมาะสม และมีแสงสว่างรบกวนน้อยที่สุด งดใช้ยาหรือสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการตื่นตัว เช่น คาเฟอีน แอลกอฮอล์ ในช่วงเวลาเย็นและค่ำ
ไม่ควรใช้ห้องนอนสำหรับกิจกรรมอื่น นอกจากการนอนหลับ
เช่น ดูโทรทัศน์ เล่นเกม งดอาหารมื้อใหญ่ในช่วงใกล้เวลาเข้านอน
เข้านอนและตื่นนอนในเวลาเดียวกันเป็นประจำทุกวัน ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ แต่ไม่ควรออกกำลังกายอย่างหักโหมในช่วงใกล้เวลาเข้านอน
ถ้าไม่สามารถหลับได้ภายใน 15-20 นาที อย่าพยายามฝืนนอนต่อ
แนะนำให้ลุกขึ้นจากที่นอน เพื่อทำกิจกรรมอื่นๆ สักพักจนเกิดความรู้สึกง่วงนอนใหม่ แล้วจึงค่อยกลับไปนอน งดกิจกรรมที่กระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวอย่างมาก เช่น การดูหนังสยองขวัญ ก่อนเข้านอน
การรักษาด้วยการใช้ยา (Pharmacologic treatment)
การรักษาภาวะนอนไม่หลับด้วยยานั้นเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในสังคม ยาเหล่านี้มักถูกเรียกว่า “ยานอนหลับ” แต่แท้จริงแล้วยานอนหลับไม่ได้หมายถึงยาชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มของยาหลากหลายชนิดที่มีผลโดยตรงหรือมีผลข้าง เคียงทำให้เกิดอาการง่วงและทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น ดังนั้นยานอนหลับจึงมีหลายชนิด มีกลไกการออกฤทธิ์และผลข้างเคียงที่แตกต่างกันไป

สำหรับยานอนหลับที่ออกฤทธิ์โดยตรงต่อสมองคือ กลุ่มยาเบนโซไดอะซีปีน (Benzodiazepines) โดยออกฤทธิ์เพิ่มการทำงานของสารสื่อประสาทชนิดยับยั้งที่เรียกว่า ‘กาบา (GABA)’ ในสมอง เมื่อมีสารนี้เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดอาการนอนหลับโดยตรง นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ช่วยคลายกังวล หยุดอาการชัก และคลายกล้ามเนื้อได้อีกด้วย อย่างไรก็ตามยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงมาก เพราะยาส่วนใหญ่ออกฤทธิ์ยาวนานกว่าการนอนหลับปกติของคนเรา ทำให้ผู้ที่รับประทานยารู้สึกง่วงนอน สะลึมสะลือในตอนเช้า ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงและเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ถ้าใช้ยากลุ่มนี้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดอาการติดยา และทำให้สมองดื้อยา ลดการตอบสนองต่อยา ทำให้ปริมาณยาที่ใช้ในขนาดเดิมไม่ได้ผล ต้องใช้ขนาดยาสูงขึ้นเพื่อให้ได้ผลการตอบสนองเท่าเดิม เป็นการเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงจากยาได้มากยิ่งขึ้น และมีโอกาสที่จะติดยาได้มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ถ้าหยุดยากลุ่มเบนโซไดอะซีปีนอย่างทันทีทันใดหลังจากการรับประทาน ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน จะมีความเสี่ยงต่อการเกิด ‘อาการขาดยา’ เช่น นอนไม่หลับ มือสั่น ใจสั่น ซึมเศร้า และอาจทำให้เกิดอาการชักได้ยากลุ่มแรกที่นิยมใช้เพื่อทำให้เกิดอาการง่วง ได้แก่ยาลดน้ำมูกในกลุ่มยาแอนตี้ฮิสตามีน (Antihistamine) เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงคือทำให้เกิดอาการง่วง แต่ผลดังกล่าวมักจะไม่มากและความรู้สึกง่วงนอนของแต่ละคนก็แตกต่างกันอีกด้วย

สำหรับยานอนหลับกลุ่มอื่นมักจะเป็นกลุ่มยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคทางระบบ ประสาทหรือโรคทางจิตเวชเป็นหลัก เช่น กลุ่มยารักษาโรคซึมเศร้า (Antidepressants) ยาเหล่านี้มักมีผลข้างเคียงมาก จึงใช้เฉพาะผู้ที่นอนไม่หลับจากโรคทางระบบประสาทหรือโรคทางจิตเวชเท่านั้น

ปัจจุบันมีการนำเมลาโทนิน (Melatonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนตามธรรมชาติที่ช่วยส่งเสริมการนอนหลับมาใช้ในการรักษา พบว่าได้ผลดีในภาวะนอนไม่หลับที่เกิดจากการเดินทางข้ามเส้นแบ่งเขตเวลาหรือ ที่รู้จักกันในชื่อว่า Jet lag หรือในรายที่ต้องทำงานเป็นกะ แต่ประสิทธิภาพในการรักษาภาวะนอนไม่หลับโดยตรงยังไม่ชัดเจนและยังขาดข้อมูลการศึกษาผลของการใช้ยานี้ในระยะยาว

ดังนั้นการรักษาด้วยการใช้ยานอนหลับจึงควรเลือกใช้เฉพาะรายที่จำเป็นเท่า นั้น และควรเริ่มใช้ขนาดยาที่ต่ำที่สุด ใช้ยานอนหลับให้น้อยครั้งที่สุด และไม่ควรใช้ยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ทั้งนี้เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดผลอันไม่พึงประสงค์จากยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอกาสเสี่ยงต่อการเสียชีวิตหรือการเกิดมะเร็งจากการใช้ยา นอนหลับไม่ว่าจะใช้ปริมาณยานอนหลับมากหรือน้อยเพียงใดก็ตามก็ทำให้เกิดความ เสี่ยงเพิ่มขึ้น โดยสรุป ภาวะนอนไม่หลับเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยทั้งในคนปกติและคนที่มีโรคประจำ ตัว นอกจกนี้อาการนอนไม่หลับอาจบ่งถึงอาการของโรคสมองและระบบประสาทได้ ความเข้าใจกลไกการนอนของมนุษย์จึงมีผลต่อการรักษาภาวะนอนไม่หลับ การวินิจฉัยและหาสาเหตุการนอนไม่หลับนั้น แพทย์จำเป็นต้องได้รับข้อมูลประวัติการนอนหลับที่ละเอียดรวมถึงประวัติการ เจ็บป่วยที่เกี่ยวข้อง การตรวจการนอนหลับด้วยเครื่อง Polysomnography อาจจำเป็นสำหรับผู้ป่วยบางรายที่ยังหาสาเหตุการนอนหลับไม่ได้ชัดเจน หรือผู้ที่อาการยังไม่ดีขึ้นทั้งที่ได้รับการรักษาที่เหมาะสม การรักษาหลักที่ใช้รักษาภาวะนอนไม่หลับคือการปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับ การนอน การรักษาด้วยยานอนหลับจะใช้เฉพาะผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับเรื้อรังหรือมี ปัญหาโรคประจำตัวอื่นร่วมด้วยเท่านั้น

วางแผนใส่ยานอนหลับแค้นสามี

สาวใหญ่แค้นผัว วางแผนใส่ยานอนหลับ จับมัดมือมัดขาไว้กับเตียงก่อนลงมือเฉือนเจ้าโลกทิ้งถังขยะ

ยานอนหลับMidazolam ยานอนหลับอย่างแรง

สำนักข่าวต่างประเทศ (13 ก.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจจับคนร้ายได้เป็นหญิงสาว หลังสาวคนนี้ถูกแจ้งจับในคดีมอมยานอนหลับที่แรงที่สุดให้สามีและใช้มีดตัดอวัยวะเพศชายขณะนอนหลับ

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า นางแคเธอรีน คิเออ เบ็คเกอร์ วัย 48 ปี อาศัยอยู่ในเมืองเมืองการ์เดน โกรฟ ใกล้กับ ลอสแองเจลิส ถูกจับกุมในข้อหาวางยานอนหลับสามีตัวเอง ก่อนจะใช้อาวุธมีดลงมือเฉียดอวัยวะเพศทิ้งถังขยะ ขณะที่สามีวัย 51 ปีของเธอนั้นได้รับบาดเจ็บอย่างหนักเพราะเสียเลือดมาก ซึ่งหลังจากถูกจับกุม นางเบ็คเกอร์ เมียโหดได้ลั่นวาจาว่า “สมควรที่จะโดนเช่นนี้”

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เล่าเหตุการณ์ว่า นางเบ็คเกอร์และสามีกำลังจะหย่าขาดกัน ก่อนเกิดเหตุ นางเบ็คเกอร์ได้แอบใส่ยานอนหลับลงไปในอาหารของสามี จากนั้นสามีของเธอได้หมดสติไป เธอจึงจับมัดแขนขาไว้กับเตียงนอน ก่อนจะลงมือใช้มีดเฉือนอวัยวะเพศของเขาและโยนทิ้งลงในถังขยะ และโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเนื่องจากตกใจที่สามีตัวเองเลือดไหลนองเต็มพื้น

ขณะที่สามี หลังจากเข้ารับการรักษาตัวแล้ว ได้ให้การว่า หลังจากกินข้าวแล้วรู้สึกตัวเองง่วงนอนจึงเดินไปยังเตียงและหมดสติไป หลังจากที่ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองถูกมัดติดกับเตียงและพบว่าโดนภรรยาทำร้ายร่างกายด้วยการตัดอวัยวะเพศชายของตนทิ้ง นางแคเธอรีน คิเออ เบ็คเกอร์ รับสารภาพว่า ได้ซื้อยานอนหลับตามร้านขายยานอนหลับทั่วไป

นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com